Digital Compass for Historical Research
การศึกษาและวิจัยทางประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นมิได้หากปราศจาก "หลักฐาน" โดยเฉพาะหลักฐานท่ี่เป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหมายรวมไปถึงเอกสารอื่นๆ ที่กระจายอยู่ตามแหล่งเก็บข้อมูลสำคัญๆ ทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น หอจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ หอสมุดของสถาบันระดับอุดมศึกษาต่างๆ ฯลฯ ทั้งนี้ ในแง่ของการมีแหล่งจัดเก็บเอกสารสำคัญย่อมเป็นผลดีต่อผู้ทำการศึกษาวิจัย แต่ในอีกทางหนึ่งก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรค์อย่างสำคัญด้วยเช่นกัน อาทิ เอกสารที่อยู่ในสถาบันอุดมศึกษาหรือพิพิธภัณฑ์ในต่างประเทศ หรือในต่างจังหวัดซึ่งลำบากต่อการเดินทาง และเป็นการยากต่อการเข้าถึงตัวเอกสาร โดยเฉพาะในหมู่นิสิต/นักศึกษาที่ร่ำเรียนในสายประวัติศาสตร์หรือในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับการวิจัยทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงตัวเอกสารสำหรับการทำงานในระยะเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นการเข้าถึงตัวเอกสารที่อยู่ในโลกออนไลน์จึงเป็นการเข้าถึงที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วกว่าการเดิินทางไปยังสถานที่เก็บเอกสารต่างๆ
แต่กระนั้นก็ตาม การดำรงอยู่ของเอกสารในโลกออนไลน์ก็มีอุปสรรค์ในการเข้าถึงด้วยเช่นกัน เป็นต้นว่า เราไม่่ทราบว่าจะเข้าถึงฐานข้อมูลของเอกสารอย่างหนังสือพิมพ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างไร? เราจะต้องเดินทางไปหอจดหมายเหตุหรือไม่?หรือมีการจัดเก็บและเปิดให้สืบค้นได้ผ่านระบบออนไลน์แต่เราจะเข้าถึงมันได้อย่างไร? มันถูกจัดเก็บไว้ที่ไหน? คำถามเหล่านี้เคยเกิดขึ้นต่อตัวผู้จัดทำเอง เพราะความไม่รู้ว่าเอกสารถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หรือไม่สามารถที่จะเข้าถึงเอกสารด้วยเวลาที่มีเพียงน้อยนิด การสืบค้นด้วยอินเตอร์เน็ตจึงได้กลายมาเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงเอกสารได้โดยสืบค้นจากฐานข้อมูลของเอกสารนั้นๆ โดยฐานข้อมูลต่างๆ ก็มาจากคำแนะนำของผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการสืบค้น ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ รุ่นพี่บัณฑิต หรือแม้กระทั่งจากประสบการณ์ของผู้จัดทำเอง
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงเห็นสมควรว่าควรมีการรวบรวมฐานข้อมูลเอกสารออนไลน์ที่ดำรงอยู่อย่างกระจัดกระจายนี้ มาจัดระเบียบและแยกไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสืบค้น จึงได้นำมาสู่การจัดทำ Digital Compass for Historical Research ขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญต่อการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองของนักเรียน นิสิต/นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจ เสมือนเป็นดั่งเข็มทิศชี้ส่องไปยังขุมสมบัติให้แก่เหล่ากะลาสีที่กำลังท่องผจญภัยในยามที่เกลียวคลื่นอันครั่นคร้ามของมหาสมุทรกำลังโอบรัดสำเภาเอาไว้ อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนและขยายพรมแดนความรู้ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ของสังคมไทยให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น
แต่กระนั้นก็ตาม การดำรงอยู่ของเอกสารในโลกออนไลน์ก็มีอุปสรรค์ในการเข้าถึงด้วยเช่นกัน เป็นต้นว่า เราไม่่ทราบว่าจะเข้าถึงฐานข้อมูลของเอกสารอย่างหนังสือพิมพ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างไร? เราจะต้องเดินทางไปหอจดหมายเหตุหรือไม่?หรือมีการจัดเก็บและเปิดให้สืบค้นได้ผ่านระบบออนไลน์แต่เราจะเข้าถึงมันได้อย่างไร? มันถูกจัดเก็บไว้ที่ไหน? คำถามเหล่านี้เคยเกิดขึ้นต่อตัวผู้จัดทำเอง เพราะความไม่รู้ว่าเอกสารถูกจัดเก็บไว้ที่ใด หรือไม่สามารถที่จะเข้าถึงเอกสารด้วยเวลาที่มีเพียงน้อยนิด การสืบค้นด้วยอินเตอร์เน็ตจึงได้กลายมาเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงเอกสารได้โดยสืบค้นจากฐานข้อมูลของเอกสารนั้นๆ โดยฐานข้อมูลต่างๆ ก็มาจากคำแนะนำของผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในการสืบค้น ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ รุ่นพี่บัณฑิต หรือแม้กระทั่งจากประสบการณ์ของผู้จัดทำเอง ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงเห็นสมควรว่าควรมีการรวบรวมฐานข้อมูลเอกสารออนไลน์ที่ดำรงอยู่อย่างกระจัดกระจายนี้ มาจัดระเบียบและแยกไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงและสืบค้น จึงได้นำมาสู่การจัดทำ Digital Compass for Historical Research ขึ้น เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่จำเป็นและสำคัญต่อการศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเองของนักเรียน นิสิต/นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจ เสมือนเป็นดั่งเข็มทิศชี้ส่องไปยังขุมสมบัติให้แก่เหล่ากะลาสีที่กำลังท่องผจญภัยในยามที่เกลียวคลื่นอันครั่นคร้ามของมหาสมุทรกำลังโอบรัดสำเภาเอาไว้ อีกทั้ง ยังเป็นการสนับสนุนและขยายพรมแดนความรู้ทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ของสังคมไทยให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น


